แชร์

ระหว่างรอถ่ายรูปรถ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองแบบไหนบ้าง ?

อัพเดทล่าสุด: 9 ก.พ. 2026
68 ผู้เข้าชม

การทำประกันภยรถยนต์ชั้น 1 เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ถ่ายรูปตรวจสภาพรถ อาจทำให้ผู้เอาประกันภัยเกิดความกังวลใจได้ว่า “หากเกิดอุบัติเหตุก่อนเจ้าหน้าที่มาถ่ายรูปรถ ประกันรถยนต์จะคุ้มครองไหม?” ซึ่งบทความนี้จะมาอธิบายให้เข้าใจ พร้อมคำแนะนำในการเตรียมความพร้อมก่อนถ่ายรูปตรวจสภาพรถ เพื่อให้คุณได้เตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการทำประกันภัยรถยนต์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ถ่ายรูปรถเพื่อทำประกันรถยนต์คืออะไร?


“สำหรับการทำประกันรถยนต์ชั้น 1” เมื่อผู้เอาประกันตกลงที่จะทำประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 และชำระค่าเบี้ยเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยจะส่งเจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อนัดหมายถ่ายรูปรถยนต์ก่อนดำเนินการพิจารณาออกกรมธรรม์

ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์จะเริ่มมีผลทันทีหลังจากที่ทำรายการ แต่จะสมบูรณ์ครบถ้วนเมื่อมีการถ่ายรูปรถตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันภัยกำหนด

หากมีเคลมช่วงระหว่างรอถ่ายรูปตรวจสภาพรถ ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองแบบไหน?


เงื่อนไขการรอถ่ายรูปเพื่อตรวจสภาพรถของแต่ละบริษัทประกันภัยไม่เหมือนกัน และจะได้รับการคุ้มครองแบบ “เคลมสด” ซึ่งการเคลมสด หมายถึง เมื่อเกิดเหตุสามารถโทรแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ แต่ทั้งนี้ การคุ้มครองแบบเคลมสดไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความคุ้มครองเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เสมอไป ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย

ความคุ้มครองก่อนการถ่ายรูปตรวจสภาพรถแต่ละบริษัทประกันภัยมีเงื่อนไขคุ้มครองอย่างไรบ้าง?


ก่อนเริ่มต้นให้ความคุ้มครอง บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งมักกำหนดเงื่อนไขช่วงระหว่างรอตรวจสภาพรถไว้แตกต่างกัน ดังนี้

1. คุ้มครองเคลมสด ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1


เมื่อเกิดเหตุสามารถแจ้งเคลมได้ทันทีไม่ต้องรอช้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเคลมประกันภัยรถยนต์ออกไปตรวจสอบและดำเนินการ ณ จุดเกิดเหตุ โดยความคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขของประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1

2. คุ้มครองเคลมสด ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 5


ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 5 แบบสองพลัส (2+) หรือสามพลัส (3+) เมื่อเกิดเหตุสามารถแจ้งเคลมได้ทันทีไม่ต้องรอช้าเช่นเดียวกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเคลมประกันภัยรถยนต์ออกไปตรวจสอบและดำเนินการ ณ จุดเกิดเหตุ โดยความคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขของประกันภัยรถยนต์ ประเภท 5

3. คุ้มครองเคลมสด ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3


สำหรับประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3 เมื่อเกิดเหตุสามารถแจ้งเคลมได้ทันทีเช่นเดียวกับประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 และประเภท 5 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเคลมประกันภัยรถยนต์ออกไปตรวจสอบและดำเนินการ ณ จุดเกิดเหตุ โดยความคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขของประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3

ขั้นตอนการถ่ายรูปตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทำอย่างไร?


โดยทั่วไปการถ่ายรูปรถเพื่อตรวจสภาพรถก่อนทำประกันรถยนต์ชั้น 1 สามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ


1. นัดหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าไปถ่ายรูปรถ

 

2. สามารถใช้แอปพลิเคชันของแต่ละบริษัทประกันภัย เพื่อถ่ายรูปรถด้วยตนเองได้

คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมก่อนถ่ายรูปตรวจสภาพรถ


เพื่อให้การตรวจสภาพรถของการทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถประเมินสภาพรถได้อย่างถูกต้องแม่นยำ กรุณาเตรียมความพร้อมก่อนการถ่ายรูปรถตามคำแนะนำ ดังนี้


1. ตรวจสอบรถและทำความสะอาดรถให้พร้อมก่อนถ่ายรูปรถ


ตรวจสอบและทำความสะอาดรถให้พร้อม โดยเช็กสภาพรถให้สมบูรณ์ ปราศจากความเสียหาย และล้างทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอก ก่อนนัดหมายเจ้าหน้าที่เข้ามาถ่ายรูปรถ

 
2. เตรียมเอกสารประกอบอุปกรณ์เสริม (ถ้ามี)


อุปกรณ์เสริม หมายถึงสิ่งที่ติดตั้งเพิ่มเข้าไปในรถยนต์นอกเหนือจากอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน ซึ่งในหลายกรณี ประกันภัยรถยนต์อาจไม่รับพิจารณาคุ้มครอง หากไม่ได้แจ้งหรือระบุในกรมธรรม์ เช่น

♦ ชุดแต่งภายนอก เช่น สเกิร์ต สปอยเลอร์ กันชนแต่ง โครงเหล็ก แร็คหลังคา
♦ ล้อแม็กและยางแต่ง ที่เปลี่ยนจากของเดิม
♦ ระบบเครื่องเสียงและจอมัลติมีเดีย ที่ติดตั้งเพิ่มเติม เช่น จอหลังเบาะ เครื่องเสียง Hi-end
♦ อุปกรณ์ไฟตกแต่ง เช่น ไฟ LED, ไฟซีน้อน, ชุดไฟรอบคัน
♦ อุปกรณ์ตกแต่งภายใน เช่น เบาะหนังพิเศษ คอนโซลลายไม้ หรือคาร์บอนไฟเบอร์
♦ อุปกรณ์เสริมด้านสมรรถนะ เช่น ท่อไอเสียแต่ง ชุดโหลด ชุดยกสูง ชุดเทอร์โบ
♦ อุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัย ที่ติดตั้งเพิ่มเอง เช่น กล้องติดรถ (บางกรณีถ้าเสียหาย อาจไม่คุ้มครองหากไม่ระบุ)

ก่อนถ่ายรูปรถหากมีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม ควรเก็บใบเสร็จหรือใบรับรองการติดตั้งไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยตรวจสอบและพิจารณา ความคุ้มครองจะได้ครอบคลุมครบถ้วน

 
3. นัดหมายถ่ายรูปรถเพื่อทำการตรวจสภาพรถโดยเร็วและสถานที่ควรมีแสงเพียงพอ
♦ รีบนัดหมายเข้ารับการถ่ายรูปรถเพื่อตรวจสภาพรถทันที เพื่อให้ความคุ้มครองเริ่มต้นและครอบคลุมได้อย่างรวดเร็ว
♦ เลือกสถานที่ที่มีแสงเพียงพอหรือโล่งแจ้ง เนื่องจากหากแสงไม่เพียงพอหรือมืด อาจทำให้ภาพถ่ายไม่ชัดเจน และตรวจสอบรอยขีดข่วนหรือความเสียหายได้ไม่ครบถ้วน
 

4. อุปกรณ์เสริมที่อาจจะไม่รับพิจาณาคุ้มครอง
♦ ฟิล์มกรองแสงพิเศษหรือเคลือบสีพิเศษที่มีมูลค่าสูง
♦ เกย์วัดรอบ
♦ ตัวลากจูง
♦ ตัดแปลงเครื่องยนต์จากเดิมน้ำมันเป็นไฟฟ้า
 

5. ชิ้นส่วนที่เสียหายมาก่อนถ่ายรูปรถทำประกันภัยรถยนต์จะไม่คุ้มครอง


ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครองบาดแผลหรือร่องรอยที่มีอยู่ก่อนถ่ายรูปรถเพื่อตรวจสภาพก่อนทำประกัน เพราะถือว่าเป็นความเสียหายเดิม ไม่ใช่อุบัติเหตุใหม่ที่เกิดขึ้นหลังทำประกัน กรมธรรม์จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่เริ่มคุ้มครอง เท่านั้น

ดังนั้น ก่อนเริ่มความคุ้มครองของประกัน บริษัทจะตรวจสภาพหรือถ่ายรูปรถ เพื่อบันทึกว่ารถมีรอยเดิมตรงไหนบ้าง เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่า คุ้มครองเฉพาะเหตุใหม่ไม่รวมรอยเก่า

สรุป


สำหรับงานประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 บริษัทประกันภัยกำหนดให้รถต้องผ่านการถ่ายรูปตรวจสภาพก่อนเริ่มคุ้มครอง เพื่อยืนยันว่าไม่มีร่องรอยหรือความเสียหายเดิมที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุก่อนทำประกันภัย

ดังนั้น ควรแจ้งทำประกันล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้มีเวลาในการถ่ายรูปรถ หากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เดิมยังไม่หมดอายุ รถก็ยังได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องของกรมธรรม์อยู่

ทั้งนี้ ควรชำระเบี้ยเข้าบริษัทประกันภัยโดยตรง เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทเรื่องความคุ้มครอง การชำระโดยตรงกับบริษัทประกันภัยจะช่วยให้ได้รับความคุ้มครองอย่างมั่นใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความจ่ายปุ๊บ คุ้มครองปั๊บ จริงมั๊ย? ชำระเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีบริษัทประกันภัย ถึงจะสามารถได้รับความคุ้มครองเริ่มต้นตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยทันที และหากต้องการตรวจสอบหรือชำระค่าเบี้ยประกันเข้าบริษัทประกันภัยโดยตรงสามารถ คลิกตรวจสอบช่องทางการชำระเงินเข้าบริษัทประกันได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy