แชร์

รู้ไว้ก่อนติดตั้ง! อุปกรณ์ตกแต่งแต่ละแบบส่งผลต่อการเคลมประกันรถยังไง?

อัพเดทล่าสุด: 14 ม.ค. 2026
96 ผู้เข้าชม

อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ช่วยเพิ่มความสวยงามและประโยชน์การใช้งาน แต่ในมุมของประกันภัยรถยนต์อาจส่งผลต่อเงื่อนไขในการเคลม เจ้าของรถและนายหน้าประกันภัยจึงควรทราบว่าอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ประเภทใดอยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย ประเภทใดต้องแจ้งเพิ่มเติม และกรณีใดอาจไม่ได้รับความคุ้มครอง เพื่อเตรียมพร้อมในการทำประกันภัยรถยนต์ และนายหน้าประกันภัยให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง

อุปกรณ์เสริม หรืออุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ประกันคุ้มครองหรือไม่ เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะเคลมประกันรถได้ไหม?

การเลือกอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์มีหลายประเภท ได้แก่ อุปกรณ์แต่งรถมาตรฐานโรงงาน (Factory Standard), อุปกรณ์จากศูนย์บริการหรือตัวแทนจำหน่าย (Dealer/Center Accessories) และ อุปกรณ์ตกแต่งภายนอก/หลังการขาย (Aftermarket/Third-party Accessories) แต่ละประเภทมีข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ช่วยให้เลือกอุปกรณ์ได้ตรงกับงบประมาณ ความต้องการด้านความปลอดภัย และเงื่อนไขการรับประกันและการเคลมประกันภัย เรามาทำความเข้าใจข้อแตกต่างของอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์แต่ละแบบ ดังนี้

1. อุปกรณ์ตกแต่งรถตามมาตรฐานโรงงาน (Factory Standard)

อุปกรณ์ตกแต่งรถตามมาตรฐานโรงงาน (Factory Standard) หมายถึง อุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งมาพร้อมกับรถตั้งแต่สายการผลิต เช่น ล้อแม็ก, เบาะหนัง หรือหน้าจอระบบนำทาง รถยนต์บางรุ่นอาจมาพร้อมชุดตกแต่งรอบคันจากโรงงานโดยเฉพาะ เช่น รถยนต์รุ่นพิเศษหรือรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน

ผลต่อการคุ้มครองและการเคลมประกันภัยรถยนต์

บริษัทประกันภัยจะถือว่าอุปกรณ์ประเภทนี้เป็น “อุปกรณ์มาตรฐานของรถ” อยู่แล้ว (ปกติให้ความคุ้มครองไม่เกิน 20,000 บาท)
ไม่จำเป็นต้องแจ้งเพิ่มเติม เนื่องจากความคุ้มครองถูกรวมไว้ในทุนประกันภัยรถยนต์ตามปกติ
หากเกิดความเสียหาย สามารถเคลมได้ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์


ตัวอย่าง รถที่มีอุปกรณ์ตกแต่งรถตามมาตรฐานโรงงาน (Factory Standard)

2. อุปกรณ์ตกแต่งรถจากศูนย์บริการ (Dealer/Center Accessories)

อุปกรณ์ตกแต่งรถจากศูนย์บริการ (Dealer/Center Accessories) หมายถึง อุปกรณ์ที่ทางศูนย์บริการติดตั้งเพิ่มเติมให้ตามความต้องการของลูกค้า เช่น สปอยเลอร์, ฟิล์มกรองแสง หรือกล้องบันทึกหน้า–หลัง โดยแต่ละศูนย์จะมีชุดอุปกรณ์ตกแต่งหรือ Accessories ให้เลือกซื้อเป็นตัวเลือกเสริม

ผลต่อการคุ้มครองและการเคลมประกันภัยรถยนต์

หากอุปกรณ์เสริมถูกติดตั้งโดยศูนย์ตั้งแต่ตอนออกรถ บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่จะถือว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเสริม และให้ความคุ้มครอง รวมอยู่ในทุนประกันรถยนต์ (ไม่เกิน 20,000 บาท) อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัดเจน ควรแจ้งบริษัทประกันภัยให้ระบุอุปกรณ์ดังกล่าวในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ เช่น กล้องบันทึกภาพ ฟิล์มกันรอย หรือสเกิร์ตรถยนต์ หากไม่แจ้ง บริษัทประกันภัยอาจตีความได้ว่าอุปกรณ์แต่งรถเหล่านี้ “ไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ ” และเจ้าของรถอาจไม่สามารถทำการเคลมอุปกรณ์รถยนต์ได้

ดังนั้น นายหน้าประกันภัยควรสอบถามลูกค้าและแจ้งบริษัทประกันภัย เมื่อพบว่าลูกค้ามีการติดตั้งอุปกรณ์แต่งรถเพิ่มเติม มูลค่าเกินกว่า 20,000 บาท เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองอย่างครบถ้วนและราบรื่นในการเคลมประกันภัยรถยนต์

ตัวอย่าง รถและอุปกรณ์ตกแต่งรถจากศูนย์บริการ (Dealer/Center Accessories) ซื้อเพิ่ม

3. อุปกรณ์ตกแต่งรถเพิ่มเติมนอกเหนือจากศูนย์ (Aftermarket/Third-party Accessories)


อุปกรณ์ตกแต่งรถเพิ่มเติมนอกเหนือจากศูนย์ (Aftermarket/Third-party Accessories) หมายถึง อุปกรณ์ตกแต่งที่จัดหามาจากร้านค้าหรือผู้จำหน่ายภายนอกศูนย์บริการ อาทิ เครื่องเสียง กันชนแต่ง ท่อไอเสีย ไฟ LED ชุดสเกิร์ตรอบคัน จอแสดงผล หรือชุดล้อแม็ก เป็นต้น

ผลต่อการคุ้มครองและการเคลมประกันภัยรถยนต์

   ♦ หาก แจ้งบริษัทประกันภัย และให้ระบุอุปกรณ์ตกแต่งรถเพิ่มเติมในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ → จะได้รับความคุ้มครองเมื่อเกิดความเสียหาย (บางครั้งอาจมีเบี้ยประกันเพิ่มเล็กน้อย)
    ♦ หาก ไม่แจ้งบริษัทประกันภัย → อาจ ไม่ได้รับความคุ้มครองและไม่สามารถเคลมประกันได้ เพราะถือว่าอยู่นอกมาตรฐานรถ
    ♦  สำหรับอุปกรณ์ ที่เป็นการดัดแปลงโครงสร้างได้แก่ การโหลดช่วงล่างให้เตี้ยลง การติดตั้งเทอร์โบ การเปลี่ยนท่อไอเสียเสียงดัง การติดตั้งแคปล่า หรือเกจวัดต่าง ๆ การดัดแปลงลักษณะนี้อาจกระทบต่อการพิจารณารับประกันของรถยนต์ และในบางกรณีบริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธความคุ้มครองทั้งหมดได้


ตัวอย่าง อุปกรณ์ตกแต่งรถเพิ่มเติมนอกเหนือจากศูนย์(Aftermarket/Third-party Accessories) ซื้อจากร้านข้างนอก

ตารางเปรียบเทียบอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์กับความคุ้มครองประกันภัย
ตารางด้านล่างนี้สรุปประเภทของอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ พร้อมผลกระทบต่อความคุ้มครองประกันภัยและข้อควรแจ้งต่อบริษัทประกันภัย เพื่อช่วยให้เจ้าของรถและนายหน้าประกันภัยเข้าใจเงื่อนไขได้อย่างชัดเจนก่อนการติดตั้งหรือเคลมประกันภัยรถยนต์

ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการทำประกันภัยรถยนต์สำหรับอุปกรณ์ตกแต่งรถ


     1. หากมีการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถภายหลังจากทำประกันภัยแล้ว ควรแจ้งบริษัทประกันภัยให้ทราบ พร้อมรายละเอียดของ    อุปกรณ์ ราคา และรูปถ่ายประกอบ มิฉะนั้น อุปกรณ์ที่ติดตั้งเพิ่มเติมอาจ ไม่ได้รับความคุ้มครอง หากเกิดอุบัติเหตุ
    2. อุปกรณ์ตกแต่งรถที่บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ ไม่รับพิจารณารับประกันภัย           ♦ โหลดเตี้ย / ยกสูงเกินมาตรฐาน ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย 
      ♦ อุปกรณ์ดัดแปลงเครื่องยนต์ ที่เพิ่มแรงม้าเกินกำหนด เช่น เทอร์โบ, ชุดไนตรัส
      ♦ อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ไฟไซเรน, ไฟตำรวจ, แตรเสียงดังผิดมาตรฐาน

ดังนั้นก่อนติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถ อย่าลืมเช็กความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์

เจ้าของรถและนายหน้าประกันภัยควร ทำความเข้าใจและแจ้งรายละเอียดกับบริษัทประกันภัยอย่างครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ติดตั้งได้รับความคุ้มครองอย่างถูกต้อง ไม่เสียสิทธิ์ในการเคลม และสามารถเลือกตกแต่งรถได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy