ค่ารถยก รถลาก ประกันรถยนต์จ่ายไหม? สรุปเงื่อนไขแบบเข้าใจง่ายก่อนเรียกใช้บริการ

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ประกันรถยนต์ที่ทำไว้ครอบคลุมค่ารถยก รถลากหรือไม่? โดยเฉพาะเวลารถยนต์เสียหรือเกิดอุบัติเหตุ วันนี้เราสรุปให้แบบเข้าใจง่าย พร้อมเงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนเรียกใช้บริการค่ะ
กรณีที่ประกันรถยนต์จ่าย ค่ารถยก/รถลาก
1.รถยนต์เกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถขับต่อได้ (เช่น ชน, พลิกคว่ำ)
2.ค่ารถยกหรือรถลากอยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ โดยเฉพาะประกันรถยนต์ ประเภท 1 หรือประเภท 5 แบบสองพลัส (2+), สามพลัส (3+) (ถ้ามีคู่กรณีเป็น “ยานพาหนะทางบก”)
3.ค่ารถยกหรือรถลากที่ประกันจ่ายไม่เกิน 20% ของค่าซ่อม เช่น ค่าซ่อม 10,000 บาท ประกันรถยนต์จ่ายค่ารถลากได้สูงสุด 2,000 บาท
4.กรณีเกิดเหตุภัยพิบัต เช่น น้ำท่วม แล้วยังไม่ได้โทรแจ้งประกันภัย แต่อยากจะป้องกันรถยนต์ของเราไม่ให้เสียหายจากภัยพิบัติดังกล่าว จึงเรียกรถยก รถลากเอง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อตัวรถยนต์ก็สามารถเบิกค่ารถยกหรือรถลากได้
แนะนำ: โทรแจ้งบริษัทประกันภัยหรือเจ้าหน้าที่สินไหมก่อนเรียกรถยก เพื่อเช็กสิทธิ์และเงื่อนไข
ถ้า “เป็นฝ่ายผิด” ประกันรถยนต์จ่ายค่าบริการรถยก รถลากไหม?
1.ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1: ใช้ได้แน่นอน ไม่ว่าผิดหรือถูก
2.ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 5 แบบสองพลัส (2+), สามพลัส (3+): ต้องมีคู่กรณีเป็นรถ และระบุได้ชัดเจน (เช่น ถ่ายภาพทะเบียนไว้)
3.ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3 ทั่วไป: ไม่คุ้มครองตัวรถ เท่ากับ ไม่คุ้มครองรถยก
ถ้ารถยนต์ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ ประกันรถยนต์จ่ายค่ารถยก รถลากหรือไม่?
ถ้ารถยนต์ ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ เช่น รถยนต์เสียกลางทางล่ะ? ในกรณีแบบนี้ ประกันภัยไม่จ่าย เว้นแต่…คุณมี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ที่แถมมากับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ เช่น:
♦ แบตหมด
♦ ลืมกุญแจ
♦ รถยนต์สตาร์ทไม่ติด
♦ หม้อน้ำรั่ว
แต่บริการรถยก รถลาก นี้ก็มี “เงื่อนไข” เช่น
♦ ฟรีระยะทางจำกัด (เช่น 20-50 กม.)
♦ จำกัดจำนวนครั้งต่อปี
♦ ให้บริการรถยก รถลาก เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล
♦ ให้บริการรถยก รถลาก เฉพาะช่วงเวลา
ตัวอย่างและเงื่อนไขบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) เกี่ยวกับค่ารถยก/รถลาก

♦ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะมีบริการค่ารถยก รถลากจูงสำหรับลูกค้าที่ทำประกันรถยนต์ ประเภท 1, 2, 3, และ 5 แบบสองพลัส (2+), สามพลัส (3+) เท่านั้น

♦ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ก็จะมีบริการค่ารถยก รถลากจูงเช่นเดียวกัน สำหรับลูกค้าที่ทำประกันรถยนต์ ประเภท 1 และ 5 แบบสองพลัส (2+), สามพลัส (3+) สำหรับรถยนต์เล็กเท่านั้น
ตารางสรุปสั้น ๆ ก่อนเรียกใช้บริการรถยก รถลาก
ตารางด้านล่างนี้สรุปตัวอย่างสถานการณ์ในการเรียกใช้บริการรถยกหรือรถลากจูง พร้อมแนวทางการพิจารณาว่าประกันภัยรถยนต์ให้ความคุ้มครองค่าบริการหรือไม่ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้รถเข้าใจเงื่อนไขเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว และตัดสินใจเรียกใช้บริการได้อย่างเหมาะสมก่อนเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ข้อแนะนำก่อนเรียกใช้บริการรถยก/รถลากจูง
♦ ตรวจสอบว่า กรมธรรม์ประกันรถยนต์ของคุณมี Roadside Assistance หรือไม่
♦ ถ้าไม่แน่ใจ โทรสอบถามบริษัทประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย ก่อนใช้บริการรถยก รถลาก
♦ เลือกทำประกันรถยนต์ที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน จะอุ่นใจกว่า! เพื่อครอบคลุมค่าบริการรถยกหรือรถลาก
โดยสรุป
หากรถยนต์เกิดอุบัติเหตุแล้วจำเป็นต้องขนย้ายรถเพื่อนำไปจัดซ่อม จะมีชดใช้ค่าใช้จ่ายในการขนย้ายแต่ไม่เกิน 20% ของค่าซ่อม (ยกเว้นมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินที่มีความคุ้มครองเพิ่มเติม) แต่หากกรณีรถไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ โดยเกิดความขัดข้องเนื่องจากการใช้งาน หากรถของคุณมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินก็สามารถเรียกใช้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินของคุณได้เลย โดยอาจจะมีการโทรสอบถามกับบริษัทประกันภัยที่คุณทำประกันรถยนต์ไว้เพื่อยืนยันความคุ้มครองก่อนการใช้บริการว่าคุณจะไม่ต้องมีค่ารถยก รถลากเพิ่มเติม
ฉะนั้น ก่อนทำประกันทุกครั้ง นอกจากจะคำนึงถึงความคุ้มครองที่เป็นความคุ้มครองหลักตามหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แล้ว ควรเลือกบริษัทประกันภัยที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเพิ่มเติมด้วยนะคะ เพื่อจะได้รับความคุ้มครองอย่างครอบคลุมค่ารถยกหรือรถลากและคุ้มค่ายิ่งขึ้น


